Posted by: yanakorn | กันยายน 13, 2007

บรรณนิทัศน์

1.บรรณานิทัศน์หนังสือเรื่อง สีสันทะเลไทย

ผู้เขียนและถ่ายภาพ : วินิจ รังผึ้ง    

ชุดสารคดีท่องเที่ยว เรื่องสีสันทะเลไทย.กรุงเทพฯ:สำนักพิมพ์ดอกหญ้า,2537.

ความหนา :266 หน้า.ภาพประกอบ.    

กระดาษถนอมสายตา  เข้าเล่มแบบไสสันกาว  จำนวน 266 หน้า  ราคาเล่มละ 105 บาท    

สีสันทะเลไทยเป็นหนังสือที่ถ่ายทอดเรื่องราวและประสบการณ์การท่องเที่ยวโลกใต้ทะเลไทยของวินิจ รังผึ้ง โดยเรื่องแรก คือ สู่โลกใต้น้ำ ที่ผู้เขียนชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของโลกใต้น้ำ ซึ่งเปรียบเหมือนโลกอีกโลกหนึ่งของสิ่งมีชีวิต และได้อธิบายถึงเหตุผลในการลงไปชมความงามของสรรพชีวิตมากมายใต้น้ำในท้องทะเลของประเทศไทยที่มีความงดงามติดอันดับ1ใน 10 ของโลก เรื่องที่สอง คือ มิติสีน้ำเงินที่ทะเลชุมพร ผู้เขียนเล่าประสบการณ์การดำน้ำดูปะการังที่เกาะง่ามใหญ่ เกาะง่ามเล็กและเกาะขนาดเล็กในบริเวณนั้น มีการเล่าเหตุการณ์ในขณะถ่ายทำสารคดีอย่างละเอียด มีการอธิบายลักษณะทางภูมิศาสตร์ของโลกใต้น้ำอย่างชัดเจน ทำให้ผู้อ่านสามารถจินตนาการถึงความสวยงามของปะการังและสัตว์น้ำน้อยใหญ่ที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นได้อย่างดี เรื่องที่สาม คือ จากใต้อันดามัน…. ถึงอันดามันใต้ผู้เขียนเล่าประสบการณ์ตอนไปดำน้ำที่เกาะแปด และได้ประสบกับเหตุการณ์อันน่าตื่นเต้นระทึกใจกับปลาฉลามเทาที่นอนหงายท้องติดอวนอยู่  กล่าวถึงการดำน้ำที่สิมิลันและการไปสำรวจหมู่เกาะในแถบอันดามันใต้ ที่ซึ่งมีน้ำทะเลสีออกสีครามน้ำเงิน เรื่องที่สี่ คือ ทิวมะพร้าว หาดทราย ใต้ทะเลลึกที่เกาะเต่า เป็นเกาะในจังหวัดสุรินทร์ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายในหมู่นักท่องเที่ยวคนไทยรวมทั้งคณะสำรวจของผู้เขียนด้วย หาดทรายในบริเวณนั้นมีสีขาว ละเอียด  มีอากาศที่บริสุทธิ์และเป็นธรรมชาติอย่างมาก เรื่องที่ห้า คือ หลงคืนสิมิลัน ในสีสันทะเลตรัง เป็นการเดินทางไปดูปะการังที่ถ้ำมรกตบนเกาะมุก ที่ซึ่งมีปะการังอ่อนสีสันสดใสจำนวนมาก ทั้งสีแดง ชมพูอ่อน ม่วง เหลืองและเขียว เรื่องที่หก คือ เสียงสนรอยทราย….ใต้ทะเลที่หมู่เกาะกำ ที่มีหาดแหลมสนและหาดบางเบนซึ่งประกอบไปด้วยป่าโกงกางและทิวสนทะเล มีการเล่าถึงการประกอบอาชีพของชาวบ้านแถวนั้นว่ามีการทำประมงโดยใช้เรือหางยาว และเครื่องมือง่าย ๆ เรื่องที่เจ็ด คือ ห้วงน้ำสีน้ำเงิน ผู้เขียนไปดำน้ำที่ทะเลอันดามัน ที่เป็นแหล่งรวบรวมสิ่งมีชีวิตใต้ผืนน้ำไว้มากมาย ทั้งสัตว์ทะเลและพืชทะเล มีการอธิบายความหมายและลักษณะของปะการังและปลาชนิดต่าง ๆ โดยคนมักจะเรียกชื่อตามลักษณะรูปทรงและสีสัน เรื่องที่แปด คือ นางฟ้าแห่งห้วงน้ำสีน้ำเงิน ผู้เขียนได้อธิบายวิธีการดำน้ำอย่างปลอดภัยไว้ พร้อมทั้งบอกถึงความอันตรายของการดำน้ำลึกเกิน 100 ฟุต จนอาจเกิดอาการเมาไนโตเจน ที่ทำให้ควบคุมการทรงตัวไม่ได้ตาลาย มึนงง หรืออาจเกิดภาพหลอน หมดสติและเสียชีวิตได้  และมีการบอกถึงความหมายของนางฟ้าแห่งห้วงน้ำสีน้ำเงินว่าคือปลาฉลามกบ เรื่องที่เก้า คือ เพชรฆาตกล้องใต้น้ำ ผู้เขียนกล่าวถึงการถ่ายภาพใต้น้ำที่ยากกว่าการถ่ายภาพแบบอื่น เพราะต้องมีความชำนาญในการทรงตัวและลอยตัวใต้น้ำทั้งยังต้องมีอุปกรณ์ในการถ่ายภาพที่หนักพอสมควรติดตัวลงไปด้วย โดยมีการอธิบายขั้นตอนการถ่ายภาพใต้น้ำอย่างละเอียด เรื่องที่สิบ คือ ไนต์ไดฟ์กับนายตะกั่ว กล่าวถึงการปฏิบัติตัวในการดำน้ำตอนกลางคืนที่ยากและอันตรายกว่า นักดำน้ำต้องมีความชำนาญอย่างสูง พร้อมทั้งต้องมีไฟฉายประสิทธิภาพสูงด้วย และนักดำน้ำควรสวมชุดยางกันความหนาวเย็นด้วย เนื่องจากอุหภูมิของน้ำจะเย็นมาก และมีการเล่าเรื่องราวของนายตะกั่ว ผู้มอบชีวิตที่เหลือให้กับท้องทะเลที่อันดามัน เรื่องที่สิบเอ็ด คือ บุกแดนฉลามร้ายแห่งอันดามัน ผู้เขียนกล่าวถึงประสบการณ์การดำน้ำท่ามกลางฝูงฉามที่เกาะสิมิลันในอันดามัน ที่ต้องออกไปยังน่านน้ำสากลระหว่างไทยกับพม่า เพื่อไปดูปลาฉลามเบอร์มาแบงค์ เรื่องที่สิบสอง คือ ฉลามวาฬที่ริชลิวผู้เขียนเล่าประสบการณ์การดำน้ำที่กองหินใต้น้ำในสุรินทร์ ที่มีเหตุการณ์น่าตื่นเต้นและตื้นตันเกี่ยวกับการเจอปลาฉลามวาฬอย่างไม่คาดฝันของคณะสำรวจ เรื่องที่สิบสาม คือ กระเบนราหูจานบินใต้น้ำที่ตาชัย ผู้เขียนมีจุดประสงค์ที่จะดำน้ำเพื่อลงไปดูปลากระเบนราหู ที่มีรูปร่างแปลกประหลาด มีขนาดของแผ่นข้างลำตัวที่ใช้ว่ายน้ำไม่ต่ำกว่า 2 เมตรซึ่งปลากระเบนก็เปรียบเหมือนนกโบราณแห่งท้องทะเล และเรื่องสุดท้าย คือ สีสัน ทะเลไทย ผู้เขียนกล่าวถึงความรู้สึกเมื่อมีโอกาสลงไปชมความงามของท้องทะเลอันกว้างใหญ่ และแม้ว่าจะเคยดำน้ำมาแล้วมากมายก็ยังรู้สึกว่ารู้จักทะเลน้อยลงทุกที เพราะยังมีอะไรให้ศึาษาอีกมากมาย      หนังสือเล่มนี้มีภาพประกอบสีสันสวยงามจำนวนมาก ซึ่งเข้ากับเนื้อหาได้อย่างเหมาะสม โดยเป็นภาพถ่ายที่เหมือนกับได้จำลองสวรรค์ใต้ท้องทะเลมาเผยแพร่สู่สายตาของคนทั่วไป พร้อมทั้งมีคำบรรยายใต้ภาพทุกภาพด้วย     หนังสือเล่มนี้เหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ชื่นชอบและสนใจการดำน้ำ เพราะมีการอธิบายขั้นตอนการดำน้ำอย่างละเอียด มีการให้ความรู้เกี่ยวกับการดำน้ำที่ถูกต้อง ทั้งการเตรียมตัวก่อนดำน้ำ การเตรียมอุปกรณืต่าง ๆ ที่ใช้ในกาารดำน้ำ การปฏิบัติตัวขณะดำน้ำและการถ่ายภาพใต้น้ำ รวมทั้งเหมาะกับผู้อ่านที่สนใจในการท่องเที่ยวทะเลและหมู่เกาะต่าง ๆ ในประเทศไทยที่มีความสวยงามและน่าค้นหาไม่น้อยไปกว่าที่อื่น ๆ ในโลก  และนอกจากเป็นการเชิญชวนให้คนไทยหันมาท่องเที่ยวที่ทะเลไทยกันมากขึ้นแล้ว หนังสือเล่มนี้ก็ยังเชิญชวนให้ช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติที่สวยงามให้คงความสวยงามอยู่อย่างนี้ต่อไป ทั้งยังชี้ให้ตระหนักถึงคุณค่าของความสมดุลที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นมามากกว่าการชื่นชมกันอย่างฉาบฉวยและไม่เห็นคุณค่า

โดย นางสาวจันทร์จิรา ธาราธรณ์ รหัส 0547041

2.เที่ยวทั่วไทยไปกับนายรอบรู้ ประจวบคีรีขันธ์
ยอด เนตรสุวรรณ, เที่ยวทั่วไทยไปกับนายรอบรู้ ประจวบคีรีขันธ์. กรุงเทพฯ: สารคดี, 2544.เป็นหนังสือที่รวบรวมแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในหนังสือได้ระบุสภาพทางกายภาพของชายหาดในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีทั้งสถานที่เที่ยว ที่กิน ระบุที่พักราคาย่อมเยาเพื่อให้ผู้อ่านได้เกิดแรงจูงใจในการไปเที่ยวทะเลที่เป็นมรดกทางธรรมชาติ ผู้เขียนมีความเชี่ยวชาญในด้านการท่องเที่ยว อีกทั้งยังแนะแนวทางอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล หนังสือเล่มนี้ได้พาไปแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลไว้หลายแห่ง เช่น เกาะสิงห์ อ่าวมะนาว เกาะสิงโต
ผู้เขียนได้อธิบายวิธีการท่องเที่ยวที่ถูกต้องและยังเสนอวิธีอนุรักษ์ไว้อย่างชัดเจนทำให้ผู้อ่านสามารถหาสถานที่ท่องเที่ยวที่ตนเองถูกใจได้ และทำให้คนตระหนักถึงคุณค่าของทะเลไทย
เหมาะสำหรับคนทั่วไปที่สนใจท่องเที่ยว สอดแทรกความรู้ทางด้านทะเลเป็นอย่างดี
โดยนางสาวกรรณภรณ์ ราษฎร์นิยม รหัส 0548019

3.บรรณนิทัศน์หนังสือท่องเที่ยว อะเมซิ่ง ทะเลไทย  

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. อะเมซิ่งทะเลไทย. ม.ป.ท., 2542.

อะเมซิ่ง ทะเลไทย เป็นหนังสือแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และบริษัท เชลล์ แห่งประเทศไทย ได้ร่วมมือจัดทำขึ้น เพื่อเป็นการเผยแพร่แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลไทย ที่มีความสวยงามติดอันดับโลก ทั้งชายหาดและเกาะแก่งมากมาย ที่ลัดเลาะจากฝั่งตะวันออกของอ่าวไทยถึงสุดแดนใต้ และฝั่งตะวันตกด้านอ่าวอันดามัน                หนังสือเล่มนี้จัดเรียงโดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 ช่วงด้วยกัน                 ช่วงแรก จัดเรียงเนื้อหา โดยแบ่งเรื่องเป็นจังหวัด เฉพาะจังหวัดที่ติดทะเลฝั่งอ่าวไทย และฝั่งอ่าวอันดามัน รวมทั้งสิ้น 23 จังหวัด โดยแบ่งออกเป็นภาคตะวันออกของอ่าวไทย  ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย และภาคใต้ฝั่งอ่าวอันดามัน โดยไล่เรียงจากภาคตะวันออก เริ่มจาก จังหวัดตราดแล้วลัดเลาะอ่าวไทยลงไปทางภาคใต้ สุดที่จังหวัดนราธิวาส และฝั่งอันดามันเริ่มจากจังหวัดระนองไปสุดที่จังหวัดสตูล                เนื้อหาในแต่ละจังหวัด ตอนแรกจะบอกคำขวัญประจำจังหวัด และข้อมูลเกี่ยวกับจังหวัดนั้นๆอย่างย่อ เช่น ชื่ออำเภอ สภาพภูมิอากาศ ช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว อาหารและของขึ้นชื่อของจังหวัดนั้นๆ  ตอนต่อมาจะให้รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของจังหวัดนั้นๆ ทั้งที่เป็นชายหาด เกาะแก่ง อ่าว แหลม แหล่งดำน้ำ เป็นต้น ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จะบอกถึงลักษณะทางกายภาพ, ช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว, เส้นทางการเดินทางรวมถึงระยะเวลาในการเดินทาง พร้อมมีรูปภาพของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ประกอบ และใต้ภาพจะเขียนชื่อสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆกำกับ เพื่อไม่ให้ผู้อ่านเกิดความสับสนว่ารูปภาพนี้คือ สถานที่ท่องเที่ยวใด  ทั้งนี้ยังบอกรหัสเลขหมายบอกจุดที่ตั้งในแผนที่ เพื่อให้ผู้อ่านนำรหัสบอกจุดนี้ไปเปิดดูที่ตั้งได้ในแผนที่ ที่อยู่ในช่วงที่สามของหนังสือเล่มนี้ และตอนสุดท้ายของแต่ละจังหวัดจะบอกโปรแกรมการท่องเที่ยว ที่ทางหนังสือได้จัดทำขึ้น พร้อมทั้งบอกกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจ รวมทั้งบอกเส้นทาง การเดินทาง เทศกาลและงานประเพณี สินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก รวมถึงบอกไดเร็คทอรี่ ที่จัดหมวดหมู่รายชื่อสถานที่ราชการ โรงแรม โรงพยาบาล ร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน ฯลฯ พร้อมบอกที่ตั้ง หมายเลขโทรศัพท์ อัตราค่าเช่าที่พัก และเวลาเปิดทำการ                ช่วงที่สอง เป็นคู่มือนักเดินทาง ซึ่งจะบอกรายละเอียดเกี่ยวกับ ข้อควรปฏิบัติและการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทาง, การเตรียมตัวป้องกันแสงแดด, อันตรายจากสัตว์ทะเลบางชนิดและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น, กีฬาและกิจกรรมทางน้ำที่น่าสนใจ, แหล่งดำน้ำท้องทะเลไทย, โรคที่นักดำน้ำควรรู้ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลไทย                ช่วงที่สาม  เป็นคำแนะนำการใช้แผนที่ พร้อมทั้งให้ภาพแผนที่ โดยแบ่งโซนเป็นแต่ละจังหวัด โดยเรียงลำดับจังหวัดตามสารบัญ  ช่วงสุดท้าย  เป็นดัชนี รายชื่อสถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ราชการ โรงพยาบาล ร้านอหารเชลล์ชวนชิม โรงแรม พร้อมบอกเลขหน้าของสถานที่ท่องเที่ยว และรหัสจุดที่ตั้งในแผนที่อย่างชัดเจน เพื่อให้สะดวกในการค้นหาหนังสือเล่มนี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีใจรักในการท่องเที่ยวทะเล, บุคคลที่สนใจ และบุคคลทั่วไป ในการใช้เป็นคู่มือสำหรับการท่องเที่ยวทะเลไทยในจังหวัดต่างๆ เนื่องจากหนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลของประเทศไทยไว้ทั้งหมด และยังใช้เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในด้านข้อมูลแก่ผู้สนใจ  เพื่อนำไปใช้เป็นประโยชน์ก่อนเดินทางไปท่องเที่ยวทะเลไทย               

ลักษณะรูปเล่ม   มีขนาดกะทัดรัด  ความหนาจำนวน 322 หน้า  พิมพ์ด้วยกระดาษอาร์ตมัน  มีรูปภาพสี่สีประกอบอย่างสวยงาม

โดย นางสาวญาณกร   ชลานุสนธิ์  0548113

4. บรรณนิทัศน์ “หมู่เกาะสิมิลัน คู่มือท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา”

ป่าไม้, กรม สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ส่วนอุทยานแห่งชาติทางทะเล. หมู่เกาะสิมิลัน คู่มือท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา. กรุงเทพฯ :อรุณการพิมพ์, 2544. 99 หน้า.       

         หนังสือเล่มนี้เป็นคู่มือท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งกรมป่าไม้ฯ เป็นผู้จัดทำขึ้นโดยเนื้อหาภายในเล่มนั้นแบ่งออกเป็น 7 ส่วน ซึ่งในแต่ละส่วนก็จะเน้นสาระที่แตกต่างกัน โดยบทแรกได้กล่าวถึงประวัติของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันเพื่อแนะนำให้ผู้อ่านรู้จักกับสถานที่และความเป็นมา โดยหมู่เกาะสิมิลันเป็นชื่อเรียกในภาษามลายู ซึ่งหมายถึง เกาะเก้า หมู่เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่กลางท้องทะเลอันดามัน จากความสวยงามของแนวปะการัง สภาพแวดล้อมบนเกาะที่สมบูรณ์ พร้อมด้วยทิวทัศน์ทางทะเลที่สวยงาม จึงทำให้หมู่เกาะสิมิลันถูกกำหนดให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ภายใต้ชื่อว่าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน สำหรับเนื้อหาของส่าวนที่ 2 เป็นคำสัมภาษณ์ของหัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ที่เล่าประสบการณ์และความรู้สึกในการทำงาน ที่ร่วมสรรสร้างหมู่เกาะสิมิลันในอดีตให้กลายเป็นอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันในปัจจุบัน ส่วนที่ 3 ชื่อว่า อาณาจักรใต้ท้องทะเลซึ่งได้บรรยายถึงสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล รวมถึงแหล่งกำเนิดปะการังนานาชนิด ถัดมานั้นเป็นเนื้อหาของส่วนที่ 4 ไพรพฤกษ์ ได้กล่าวถึงลักษณะพรรณพืชบริเวณอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ความแตกต่างของสภาพพรรณไม้บนเกาะกับบนแผ่นดินใหญ่ จากนั้นได้บรรยายความสวยงามของแมกไม้นานาพันธุ์ ส่วนที่ 5 ให้เนื้อหาของทรัพยากรสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่บนเกาะ รวมถึงภาพการดำรงชีวิตที่น่าสนใจของสัตว์เหล่านั้น ส่วนที่ 6ให้ข้อมูลเรื่องแหล่งดำน้ำ วิธีการและการปฏิบัติตัวที่เหมาะสมของนักดำน้ำ ส่วนสุดท้ายกล่าวถึงแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจและสิ่งอำนวยความสะดวกบนเกาะ แผนที่ของเกาะและบริเวณใกล้เคียง เส้นทางการเดินทาง และการปฏิบัติตนในเขตอุทยานแห่งชาติ สำหรับตัวเล่มนั้นถูกออกแบบด้วยความประณีต รูปเล่มของหนังสือกะทัดรัด มีจำนวน 99 หน้า ใช้กระดาษอาร์ตมัน มีการตกแต่งหนังสือด้วยภาพประกอบสี่สีพร้อมด้วยคำบรรยายเพื่อเพิ่มความเข้าใจ ภาษากระชับและเข้าใจง่าย มีการแบ่งแยกเนื้อหาอย่างเป็นสัดส่วนเพื่อลำดับความคิดของผู้อ่าน ด้วยประการข้างต้นหนังสือเล่มนี้ จึงเหมาะสำหรับบุคลที่จะเดินทางไปเยือนอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันหรือบุคคลที่สนใจการท่องเที่ยวทางทะเล เพื่อใช้เป็นคู่มือท่องเที่ยว เนื่องจากให้ข้อมูลที่น่าสนใจและจำเป็นต่อการเดินทาง

โดยนางสาวนันท์นภัส วิรตาสิทธิ์เดช  รหัส 0548200

5.ภูเก็ต

สำนักพิมพ์สารคดี. ภูเก็ต. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : ด่านสุธาการพิมพ์, 2536.

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับจังหวัดภูเก็ต ทั้งเรื่องประวัติศาสตร์ ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลซึ่งจัดได้ว่าเป็นจุดเด่นของจังหวัดนี้ เพราะเป็นจังหวัดที่มีลักษณะเป็นเกาะซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทยและยังมีเกาะบริวารอีกถึง 39เกาะ เมื่อพูดถึงจังหวัดภูเก็ตผู้อ่านก็คงจะนึกถึงชายหาดและท้องทะเลอันสวยงาม ซึ่งในหนังสือเล่มนี้ได้แนะนำเกาะ หาด อ่าวต่างๆไว้มากมาย รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆที่น่าสนใจ ภูเก็ต ได้รับสมญานามว่าเป็น ไข่มุกแห่งอันดามัน เพราะมีธรรมชาติที่สวยงามและวัฒนธรรมที่หลากหลาย ซึ่งทำให้ภูเก็ตมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและมีเสน่ห์เป็นที่ดึงดูดของนักท่องเที่ยว ภูเก็ตได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางทั้งจากชาวไทยและชาวต่างประเทศ จนถูกสถาปนาให้เป็นเมืองคู่แฝดกับเมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวและตากอากาศที่มีชื่อเสียงในความงามของธรรมชาติและท้องทะเลเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลกมานาน และด้วยคุณลักษณะอันโดดเด่นของชายฝั่งทะเลตลอดจนศิลปวัฒนธรรมบนเกาะภูเก็ต จึงทำให้เป็นจังหวัดแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับการสถาปนานี้        สถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียงและน่าสนใจในหนังสือเล่มนี้ เช่น เกาะภูเก็ต ซึ่งถือได้ว่าเป็นสวรรค์สำหรับคนรักทะเลเพราะมีหาดทรายขาว น้ำทะเลใสและมีชายหาดที่สวยงามมากมายอยู่บนเกาะนี้ เช่น หาดกะตะ หาดกะรน โดยเฉพาะหาดป่าตอง เพราะเป็นอ่าวที่มีความโค้งมาก มีหาดทรายที่สวยงามยาวถึง3กิโลเมตร และเป็นบริเวณที่เหมาะแก่การดำน้ำดูปะการัง นอกจากนี้ยังมี หาดราไว ซึ่งนับได้ว่าเป็นสถานที่ตากอากาศแห่งแรกของภูเก็ต ทางไปหาดตัดผ่านดงมะพร้าวให้บรรยากาศและเสน่ห์แบบทะเลใต้แท้ๆ เกาะแก้วพิสดาร แหล่งตกปลาท่ามกลางธรรมชาติอันสงบ เป็นเกาะที่เงียบสงบและมีสภาพธรรมชาติอันบริสุทธิ์ หาดทรายขาวละเอียด เดินสบายเท้า ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเพื่อซึมซับความงามของชายหาด แหลมพรหมเทพ  จุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดของภูเก็ต ทุกๆเย็นจะมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว บนหน้าผาสูงริมทะเลสามารถมองเห็นท้องทะเลและเกาะต่างๆในมุมมองแปลกตา อุทยานแห่งชาติไนยาง  ทะเลในบริเวณอุทยานแห่งนี้อุดมไปด้วยสัตว์น้ำมากมาย รวมถึงเต่าทะเลซึ่งจะขึ้นมาวางไข่บนเกาะไนยาง จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการดูเต่าวางไข่    ฯลฯ         หนังสือเล่มนี้นอกจากจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆแล้วยังมีภาพประกอบที่สวยงาม ทำให้น่าอ่านและดึงดูดความสนใจของผู้อ่านมากยิ่งขึ้น  หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือภูมิศาสตร์การท่องเที่ยว ดังนั้นนอกจากผู้อ่านจะได้ความรู้เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆแล้ว ผู้อ่านยังจะได้รับความรู้เกี่ยวกับเรื่องประวัติศาสตร์ ข้อมูลเกี่ยวกับจังหวัดภูเก็ต เช่น ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ศาสนา ภาษา ของคนในจังหวัดจากหนังสือเล่มนี้อีกด้วย ในแต่ละสถานที่ท่องเที่ยวที่หนังสือเล่มนี้แนะนำนอกจากจะบรรยายความงามของสถานที่ท่องเที่ยวนั้นแล้ว ยังให้รายละเอียดอื่นๆเกี่ยวกับสถานที่นั้นด้วย เช่น วิธีเดินทาง ค่าโดยสารในการเดินทาง เวลาที่ใช้ในการเดินทาง เบอร์ติดต่อเจ้าหน้าที่ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีแผนที่บอกเส้นทางเพื่อให้ง่ายต่อการเดินทางและมีตารางการเดินทางทั้งทางรถ เรือ และเครื่องบิน รวมถึงบริการจากบริษัทนำเที่ยวและเบอร์ที่พัก เบอร์ฉุกเฉินที่จะใช้ในการติดต่อหากหลงทางหรือเกิดอุบัติเหตุใดๆระหว่างทางด้วย                        จากคำขวัญ ไข่มุกอันดามัน สวรรค์เมืองใต้ หาดทรายสีทอง สองวีรสตรี บารมีหลวงพ่อแช่ม ของจังหวัดภูเก็ต ทำให้ผู้อ่านรู้ถึงลักษณะเด่นแต่ละอย่างของจังหวัดภูเก็ต แต่หากผู้อ่านที่สนใจรายละเอียดในแต่ละลักษณะเด่นนั้น หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ดีเล่มหนึ่งที่เหมาะจะให้ความรู้ด้านภูมิศาสตร์กายภาพของจังหวัดภูเก็ตแก่ผู้อ่าน โดยเฉพาะในการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเล         กระดาษอาร์ตมัน 403 กรัม 236 หน้า เล่มละ 280 บาท พร้อมภาพประกอบสีสวยงาม

โดยนางสาวณภัทร์กานท์ ผสมทรัพย์ รหัส 0548255 

6.จันทบุรี-เกาะช้าง

 ยอดแต้ว อักษรา. จันทบุรี-เกาะช้าง. พิมพ์ครั้งที่ 2 กรุงเทพฯ : แสงแดด, 2543.               

เป็นคู่มือนำเที่ยวในจังหวัดจันทบุรี โดยส่วนใหญ่ให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในจังหวัด นอกจากนี้ให้ข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ของจังหวัด และได้รู้ถึงประเพณี ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านโดยผ่านทางตัวผู้เขียน ซึ่งผู้เขียนมีฐานะเป็นนักท่องเที่ยว และเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ พร้อมทั้งเล่าเรื่องราวที่เขาได้พบ รวมถึงแนะนำข้อมูลต่างๆด้วย                ในด้านการท่องเที่ยวผู้เขียนได้ไปที่ต่างๆ พร้อมเล่าบรรยากาศที่ได้เห็น ประกอบกับรูปภาพซึ่งมีทั้งภาพขาวดำ และภาพสี นอกจากจะได้อรรถรสในการอ่านแล้วยังได้เห็นภาพวิวทิวทัศน์ต่างๆ รวมถึงความเป็นอยู่ และการประกอบอาชีพของชาวบ้านด้วย การที่มีภาพประกอบทำให้เห็นความสวยงามและจูงใจให้ผู้อ่านได้อยากไปเห็นสถานที่จริง รวมไปถึงการแนะนำร้านอาหารที่ขึ้นชื่อของเมืองจันทบุรี เช่น ก๋วยเตี๋ยวเลียง มีภาพประกอบแล้วชวนให้น่ารับประทานยิ่งนัก  แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัด คือ เกาะช้าง แนะนำหาดต่างๆ รวมไปถึงเกาะที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ทำให้เห็นการดำรงชีวิตของชาวเล รวมถึงการชมน้ำตก ล่องแก่ง เดินป่า ปีนเขา ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวที่น่าผจญภัยมาสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบผจญภัยตามธรรมชาติ นอกจากนี้แนะนำของฝากรวมไปถึงสถานที่ที่สามารถหาซื้อของฝากได้ ซึ่งของฝากที่มีชื่อเสียงของเมืองจันทบุรี เช่น พลอย เสื่อจันทบูร ผลไม้ เครื่องเทศอย่างพริกไทย เป็นต้น และมีข้อมูลในด้านการท่องเที่ยวให้ในตอนท้ายเล่ม ให้ข้อมูลการเดินทางทั้งทางบกและทางน้ำพร้อมทั้งบอกอัตราค่าโดยสาร ที่พัก และหมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี
โดยนางสาวพนิตตา สินบัว รหัส 0548264 

7.บันทึกการเดินทางชุด บันทึกจากทะเล คืนพระจันทร์เดือนมีนา

บันทึกการเดินทางชุด บันทึกจากทะเล คืนพระจันทร์เดือนมีนา, วาสนา กุลประยูร, กรุงเทพ 2538 พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง               

 การเดินทางท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆ ถือว่าเป็นกิจกรรมยามว่างที่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยปลดแอกพวกเราออกจากความวุ่นวาย ความเร่งรีบ ภาระหน้าที่อันมากมาย หรือ สิ่งต่างๆที่เราเรียกว่า ขยะสมอง ให้ออกไปจากสมองบ้าง และสถานที่ๆเป็นแหล่งยอดฮิตในการทิ้งขยะสมองเหล่านี้คงจะหนีไม่พ้น ทะเล จะว่าไปเมืองไทยของเรานับว่าเป็นสถานที่แรกๆ ที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะนึกถึง อาจเป็นเพราะความเงียบสงบ ความสวยงามอย่างธรรมชาติที่ไม่ได้รับการแต่งเติมแต่อย่างใด หรืออาจเป็นเพราะความเป็นมิตรของคนไทยที่มีแต่รอยยิ้มคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวก็อาจเป็นได้ หนังสือหลายเล่มมักจะพูดถึงทะเลในด้านของรูปธรรมว่าตั้งอยู่ไหน มีสภาพทางภูมิศาสตร์อย่างไร ละติจูดที่เท่าไร หรือว่าตอนนี้มีคลื่นสูงเท่าไร ถึงแม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะเรียกตัวเองว่า สารคดีท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ธรรมชาติและชีวิต แต่หนังสือเล่มนี้กลับมองทะเลในรูปของนามธรรม การเลือกใช้ถ้อยคำที่สวยหรู อ่อนหวาน ราวกับทะเลเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง ที่มีความรู้สึกเฉกเช่นเดียวกับมนุษย์ เช่น คืนหนึ่งที่ลมตะเภาเหมือนจะหยุดพักการทำงานของมันไปสักครู่ ฉันเห็นแสงสว่างกำจายเป็นบริเวณกว้างในท้องทะเลที่มีริ้วคลื่นเล่นแสงระยิบระยับทั่วไปหมด ทะเลไม่เคยหลับ แม้ในยามที่โลกทั้งโลกอยู่ในความหลับใหล ผู้เขียนได้พูดถึงเกาะบางเกาะ ที่มีมนต์เสน่ห์และเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยว เช่น หมู่เกาะสุรินทร์ เกาะช้าง เกาะเต่า เกาะนาง เกาะกูด ฯลฯ ซึ่งเกาะทั้งหมดที่ปรากฏในหนังสือเล่มนี้ ต่างก็มีความสวยงามแตกต่างกันออกไป และต่างก็มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจทั้งสิ้น ผู้เขียนจึงเลือกที่จะเล่าถึงประวัติ ความเป็นมา ของแต่ละเกาะไปในทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเราสามารถนำไปใช้อ้างอิงได้เพราะเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมดและมาจากแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้ เช่น พงเศาวดาร จดหมายเหตุ เป็นต้น ไม่ว่าจะเป็นการค้นพบเกาะ การยึดครอง สงคราม ความโหดร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนเกาะเหล่านี้ เช่น ในตอน บันทึกจากทะเลคืนพระจันทร์เดือนมีนา ซึ่งกว่าเกาะกรูดจะเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงในด้านการท่องเที่ยวและมีผู้คนมากมายไปท่องเที่ยวมากมายเหมือนทุกวันนี้  ในอดีตเคยเป็นที่รวมพลของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชครั้งยังทรงเป็นพระยาวชิรประการ นอกจากนั้นจังหวัดตราด ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ก็ยังถูกฝรั่งเศสมายึดเอาเป็นประกันเมื่อถอนตัวออกจากเมืองจันทบุรี  ตราดถูกยึดอยู่นานถึง 2 ปี 6 เดือน 7 วัน จึงได้กลับคืนมา ตามบันทึกของท่านเจ้าพระคุณพระวิมลเมธาจารย์วรญาณคนานุรักษ์  6/4/126 ตรงกับปีมะแม นพศก วันเสาร์แรม 12 ค่ำ เดือน 8 จุลศักราช 1269 เวลา สามโมงเช้า มองซิเออร์ รอสโซ เรชิดัง ข้าหลวงฝรั่งเศสเป็นผู้มอบพระยาศรีสหเทพข้าหลวงรัฐบาลสยามเป็นผู้รับ พอ 8/4/126 ได้นิมนต์พระสงฆ์มาสวดสมโภชเมือง 55 รู) ตามพระชนม์พรรษาของพระเจ้าอยู่หัว พอรุ่งขึ้นวันที่ 9 รับบิณฑบาต วันที่ 10 เวลา 9 โมงเช้าพระยาศรีสหเทพกลับ                 รูปแบบการเขียนของหนังสือเล่มนี้ เป็นการเขียนในลักษณะ  ของบันทึกความรู้สึกของผู้เขียนในระหว่างเดินทางท่องเที่ยวเพื่อการทำงานในฐานะนักเขียนของนักเขียนอนุสาร อสท. บันทึกนี้ผู้เขียนได้เขียนถึงเพื่อนอันเป็นที่รัก ตลอดการเดินทางของผู้เขียน ผู้เขียนได้ถ่ายทอดรายละเอียดของแต่ละสถานอย่างละเอียด นอกจากนั้นยังมีภาพสีสันสดใส ของภาพในหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่ภาพวิวสูงจากยอดตึก หรือภาพวิวทะเล แต่จะเน้นไปยังภาพของการใช้ชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่บนเกาะ ซึ่งเป็นชีวิตที่แสนจะเรียบง่าย สงบและมีความสุขกับสิ่งเป็นอยู่                 การเดินทางไปพร้อมๆกับบันทึกเล่มนี้ คงจะทำให้ผู้อ่านหลายๆคน มองทะเล ทิวเขา ต่างออกไปจากรูปแบบเดิมที่เคยมอง และคงจะเพลิดเพลินไปกับสุนทรีย์ภาพทางภาษาที่ผู้เขียนได้ถ่ายทอดลงในหนังสือเล่มนี้ บันทึกการเดินทาง ชุด บันทึกจากทะเล คืนพระจันทร์เดือนมีนา                                               

 โดยนางสาวศศิวิมล ชาติสมานนท์ รหัส 0548408

 8.บรรณนิทัศน์หนังสือ สมุทรสัญจรเกาะฝั่งอ่าวไทย

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. สมุทรสัญจรเกาะฝั่งอ่าวไทย. กรุงเทพฯ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, 2544. 

หนังสือสมุทรสัญจรบริเวณเกาะฝั่งอ่าวไทยเป็นหนังสือที่กองอนุรักษ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ร่วมมือกับภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และนิตยสาร Advanced Thailand Geographic (ATG) ร่วมกันจัดทำขึ้นเพื่อเป็นคู่มือการท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเลสำหรับผู้ที่ชื่นชอบและสนใจการท่องเที่ยวทางทะเลเชิงนิเวศ  เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้แบ่งเป็น4ส่วน ได้แก่

1.สวรรค์กลางอ่าวไทย เป็นส่วนที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเกาะต่างๆฝั่งอ่าวไทยทั้ง 3 ส่วนคือ อ่าวไทยตอนใน อ่าวไทยฝั่งตะวันออก อ่าวไทยฝั่งตะวันตกโดยแบ่งตามการพัฒนาของแนวปะการัง มีแผนที่ของอ่าวไทยและเส้นแบ่งเขตแต่ละส่วนของอ่าว

2..ส่วนที่อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับอ่าวไทยตอนใน ได้แก่ หมู่เกาะจังหวัดชลบุรี

3.ส่วนที่อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับหมู่เกาะบริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ได้แก่หมู่เกาะบริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และจังหวัดตราดประกอบด้วยอุทยานเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด หมู่เกาะมัน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง

4.ส่วนที่อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับหมู่เกาะบริเวณอ่าวไทยฝั่งตะวันตกซึ่งมีอาณาเขตตั้งแต่จังหวัดชุมพรเรื่อยไปจนถึงจังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร หมู่เกาะเต่า หมู่เกาะพะงัน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง เกาะสมุย เกาะแตน หมู่เกาะกระ และหมู่เกาะโลซิน

โดยส่วนที่2-4จะให้ข้อมูลค่อนข้างละเอียด ได้แก่

1.แผนที่ของเกาะพร้อมแสดงเส้นทางการเดินเรือในแผนที่

2.บอกสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่นิยมและกิจกรรมแนะนำซึ่งส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมการดำน้ำ บางแห่งมีการบอกราคาการดำน้ำ เทคนิคการดำน้ำอย่างถูกวิธี การเรียนดำน้ำ สถานที่สอนดำน้ำพร้อมเบอร์โทรศัพท์สำหรับผู้ที่สนใจการเรียนดำน้ำ

3.เอกลักษณ์ของเกาะนั้นๆบางแห่งบอกประวัติความเป็นมาอย่างคร่าวๆ

4. ฤดูกาลท่องเที่ยว

5. การเดินทางโดยมีจุดเริ่มต้นที่กรุงเทพมหานคร ท่าเรือที่จะไปยังเกาะต่างๆราคาค่าเดินทาง, ระยะเวลาในการเดินทาง, ความปลอดภัยในการเดินทาง

6. ที่พักทั้งบนฝั่งและที่เกาะบางแห่งจะมีเบอร์โทรศัพท์ พร้อมบอกราคาที่พัก, อาหาร, คำแนะนำเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ มีการสอดแทรกประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวและการทำกิจกรรมของนักดำน้ำ และนักท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

7.ระดับน้ำในบริเวณต่างๆ บางแห่งจะบอกข้อมูลทางภูมิศาสตร์ ทรัพยากรทั้งสัตว์บก สัตว์น้ำ และพืชที่พบด้วย บางชนิดที่พบได้ยากจะอธิบายข้อมูลอย่างค่อนข้างละเอียด หากเป็นทรัพยากรป่าไม้จะบอกประเภทของป่าไม้ที่พบ พันธุ์ไม้ที่พบ และบริเวณที่พบด้วย                 

 รูปเล่มของหนังสือค่อนข้างกะทัดรัด ขนาด16หน้ายก พิมพ์ด้วยกระดาษอาร์ตมัน สถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งจะมีภาพประกอบเป็นภาพสี่สีสวยงาม พร้อมบอกชื่อสถานที่หรือคำอธิบายใต้ภาพ ซึ่งการบรรยายใช้ภาษาเข้าใจง่าย เหมือนเป็นการเล่าประสบการณ์ การอธิบายต่างๆจะอธิบายให้ผู้อ่านสามารถนึกภาพได้ และมีดัชนีหัวแม่มือ ติดต่อขอรับที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

โดยนางสาวสุพัตรา ห.เพียรเจริญ รหัส 0548447

 9.ให้ทะเลไกวเปลในหัวใจฉัน

ผู้เขียน : วีรศักดิ์   จันทร์ส่งแสง

พิมพ์ครั้งแรก : สำนักพิมพ์แสงพระอาทิตย์   กุมภาพันธ์   .. 2547บริษัท ร่วมด้วยช่วยกัน ดิสทริบิวชั่น เซอร์วิส จำกัด

ขนาดหนังสือ : 13×19 ซม. ความหนา : 163 หน้า           

หนังสือให้ทะเลไกวเปลในหัวใจฉัน เป็นหนังสือเล่มเล็กๆที่บันทึกเรื่องจริงของการเดินทางท่องเที่ยวทางทะเลไม่ใช่เพียงแค่การศึกษาทางอินเทอร์เนตแต่ผู้เขียนเป็นผู้เดินทางและบันทึกความรู้สึกรวมถึงเหตุการณ์ต่างๆที่ได้พบเห็นระหว่างการเดินทาง ผู้เขียนได้บันทึกเรื่องราวของสถานที่ไว้หลายแห่งทั้ง เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง เกาะช้าง จังหวัดตราด เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี หาดหินกรูด จังหวัดประจวบคีรีขันท์ เกาะมุก จังหวัดตรัง  หาดชะอำ จังหวัดเพชรบุรี  แหลมสนกระซิบและทะเลกระบี่  จังหวัดกระบี่            หนังสือเล่มนี้ได้รับการตีพิมพ์เป็นครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ พ.. 2547 เป็นหนังสือที่รวมงานเขียนที่เคยถูกนำไปตีพิมพ์ในนิตยสารขวัญเรือน และได้รับกระแสการตอบรับเป็นอย่างดี ผู้เขียนมีวิธีการเขียนแบบที่เป็นตัวของตัวเองโดยการเรียงร้อยเรื่องราวสารคดีออกมาในรูปแบบเรื่องสั้น ซึ่งมีการเรียบเรียงเนื้อหาอย่างง่ายๆเมื่ออ่านจะเข้าใจและรู้สึกสนุกไปด้วย  ผู้เขียนเรียบเรียงภาษาใช้ภาษาที่ทำให้เกิดจินตนาการเมื่ออ่านแล้วก็จะรู้สึกอยากไปเห็นสถานที่จริงประกอบภายในหนังสือก็มีภาพประกอบที่มีสีสันสวยงาม ซึ่งถือว่าเป็นการชักชวนผู้อ่านให้ไปเที่ยวสถานที่นั้นๆอีกวิธีหนึ่ง        ให้ทะเลไกวเปลในหัวใจฉัน เป็นหนังสือที่จะนำผู้อ่านไปสู่โลกของการท่องเที่ยวทางทะเล ซึ่งบางที่ก็มีชื่อที่แปลกชวนให้ไปเที่ยว เช่น แหลมสนกระซิบ ผู้อ่านจะได้ทั้งความรู้เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวและยังได้อรรถรสในการบรรยายที่แปลกไปจากแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป แม้ผู้เขียนจะไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจนเช่นหนังสือคู่มือท่องเที่ยวทั่วไปแต่การบรรยายประกอบภาพที่ผู้เขียนเป็นผู้ถ่ายเองนั้นอาจทำให้ผู้อ่านอยากไปสัมผัสกับสถานที่นั้นๆเองก็เป็นได้

โดยนางสาวอรพิชญ์ชญา รัตนพรวารีสกุล รหัส 0548481 

10.หมู่เกาะสุรินทร์

ศิริวัฒน์ เผ่าวงศา. คู่มือท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา.  กรุงเทพฯ

       ส่วนอุทยานแห่งชาติทางทะเล สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ,2545      หมู่เกาะสุรินทร์ 1ใน 5 หมู่เกาะเล็กๆในท้องทะเลอันดามัน ที่มีความสวยงาม หลากหลายด้วยทรัพยากรธรรมชาติ จนได้รับเสนอให้เป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปีพ.ศ.2524 โดยหนังสือเล่มนี้ได้นำเสนอข้อมูลต่างๆ อันเป็นประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยว ตั้งแต่ประวัติความเป็นมา ผู้ค้นพบและตั้งชื่อ นอกจากนี้ยังรวมถึง ภูมิลักษณะของเกาะ พรรณไม้และสรรพสัตว์ในอุทยานแห่งชาติ แนวปะการัง  สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในระบบนิเวศ เช่น พืช และ สัตว์ต่างๆ ดังนั้นผู้อ่านจึงสามารถสัมผัสอาณาจักรใต้ท้องทะเล ทรัพยากรธรรมชาติทั้งทางบกและทางน้ำของหมู่เกาะสุรินทร์ ผ่านหนังสือเล่มนี้ได้ซึ่งครบถ้วนสมบูรณ์ทั้งเนื้อหาและภาพประกอบ นอกจากนี้แล้วยังให้ความรู้ด้านการแบ่งเขตการปกครอง และ ชนเผ่าที่ดำรงอยู่ในเขตอุทยาน อีกด้วย

      หมู่เกาะสุรินทร์ คู่มือการท่องเที่ยวที่เป็นประโยชน์อย่างมากต่อผู้ที่รักทะเลและชอบการท่องเที่ยวพักผ่อน ดำน้ำชมปะการัง สัมผัสโลกใต้ท้องทะเลที่สวยงาม  เพราะนอกจากผู้เขียนจะใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย สามารถอ่านได้ทุกวัยแล้ว ยังมีการดึงดูดความสนใจด้วยภาพถ่าย บนกระดาษขัดมันเนื้อเนียนละเอียด สร้างความเหมือนจริงให้กับภาพ และน่าสนใจมากยิ่งขึ้น  

โดยนางสาวอำพร พรหมจันทร์ รหัส 0548508


Leave a response

Your response:

หมวดหมู่